Kao Niaw Ma-Muang (Sweet Sticky Rice with Ripe Mango and Coconut Cream) is prepared by steaming Thai glutinous rice in rich coconut milk and syrup. The resulting sweet and creamy sticky rice is eaten with two certain types of tropical fruits; mango and durian. Since durian flavour is often not appreciated by many farangs (foreigners). Mango with its exotic sweet and slightly sour flavour makes an excellent compliment to the creamy and rich sweet rice. To top it off, a thick and rich coconut cream sauce with mildly salty flavor is poured on the rice and mango to add more complexity to the flavour. Sometimes it is eaten with crispy cereal or sesame seeds as toppings. A definite must eat >>aroi mak!<<
Friday, November 25, 2011
Thursday, November 10, 2011
เรื่องหมาๆ
แว๊บๆอู้งาน เปิดเว็บไซต์หาเรื่องแก้เซ็งเวลาทำงานค่ะ(ฟังดูไม่ค่อยจะดี อย่าทำบ่อยนะคะๆ) จากที่กำลังเซ็งๆงานคิดไม่ออก กลับกลายเป็นซึ้ง น้ำตาคลอเบ้าค่ะ... ก็เจ้าบทความ เรื่องหมาๆ นี่สิคะ ทำเอาคิดถึงน้องหมาที่บ้าน... ><"
หมาตัวหนึ่ง
กลางดึกในคืนที่อากาศแจ่มใส เมื่อเห็นว่าภรรยาและลูกสาวนอนหลับสนิทแล้ว วิทยาชายวัยกลางคนก็ย่องลงมาจากบ้าน เขาตรงไปที่หลังบ้านไขกุญแจเปิดกรง แล้วก็อุ้มร่างของหมาตัวหนึ่งเดินไปยังสนานหญ้าหน้าบ้าน จากนั้นก็วางมันลงอย่างช้าๆ หมาตัวนั้นส่งเสียงครางในลำคอเมื่อเห็นเจ้านายของมันนั่งลงข้างๆ
“นอนอยู่นั่นแหละแกไม่ต้องลุกขึ้น จริงสิบางทีแกอาจจะไม่มีแรงลุกขึ้นมาแล้วก็ได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ขณะที่จ้องมองหมาร่างกายผ่ายผอมจนเห็นกระดูก นอนอ้าปากหายใจอย่างลำบาก
“แกอยู่กับฉันมากี่ปีแล้ว สิบกว่าปีแล้วมั้ง ใช่หรือเปล่า” เขาพูดกับหมาซึ่งนอนนิ่งอยู่ มันเหมือนจะเข้าใจคำพูดของเขา แต่มันพูดไม่ได้
“รู้ไหม แกมันไม่มีดีสักอย่าง เป็นหมากระจอก หมาข้างถนนที่ฉันเก็บมาเลี้ยง แกเข้าใจไหม แกมันไม่ดีสักอย่าง” เขาพูดเสียงดังขึ้น
“แกเป็นหมาแน่หรือเปล่าวะ แมวก็ยังกลัว ฟ้าร้องก็วิ่งหางจุกก้นเข้าบ้าน ชอบขุดต้นไม้ข้างรั้วจนกระจุยกระจาย ห้ามก็ไม่ฟัง แกมันเป็นหมาหรือหนูกันแน่” เขาด่ามันเสียงดังขึ้นกว่าเดิม จ้องมองมันซึ่งแม้จะถูกเขาดุด่า มันก็จ้องมองตอบด้วยสายตาที่ไม่เปลี่ยนแปลง สายตาเดิมซึ่งไม่เคยเปลี่ยนนับแต่มันมาอาศัยอยู่กับเขา
“แต่จะว่าไปแกก็มีดีอยู่หน่อยหนึ่ง” เขาหลบตามันเงยหน้ามองดาวบนฟ้า พูดลดเสียงลง
“ไม่ต้องห่วง ฉันยังจำเรื่องเมื่อห้าปีก่อนได้ ตอนนั้นมีหมาพันธุ์ร๊อตไวเล่อร์หลุดเข้ามาในบ้าน แกก็เห่าไล่มัน เห็นไหมฉันยังจำข้อดีแกได้” เขาหัวเราะกับหมาที่นอนอยู่ มันพยายามส่งเสียงครางในลำคอคล้ายกับจะตอบกลับเขา
“แล้วไงต่อเหรอ ก็ไอ้หมาตัวนั้นมันไม่ยอมออกจากบ้านใช่ไหม แกก็เข้าไปกัดกับมัน แผลนี่สินะ” เขาเอามือลูบรอยทางยาวที่พาดอยู่ข้างลำตัวผอมมัน รอยนี้ลึกเข้าไปในเนื้อ ดังนั้นเมื่อหายแล้วจึงไม่มีขนขึ้นมาอีก
“หรือแกเป็นหมาบ้าวะ แกแพ้มันอยู่แล้วยังดันทุรังกัดกับมันไม่ยอมเลิก ทำไมแกไม่หนีเข้าบ้าน ทำไมแกยังไม่ยอมถอย โดนมันกัดตั้งหลายแผลก็ยังกัดสู้กับมันอีก ถ้าตอนนั้นฉันไม่กลับมาบ้านทันไล่หมาตัวนั้น แกก็ตายไปแล้วรู้หรือเปล่า” วิทยาพูดเสียงเบาลง
“แล้วสองสามวันนี่แกจะหาทางออกจากบ้านทำไม รู้ไหมแกไม่สบาย ทำไมไม่นอนอยู่ดีๆ แกจะออกไปเที่ยวเหรอ ทำไมไม่รอให้หายก่อนค่อยไป อยากไปทะเลไหม ถ้าแกหายดีฉันจะพาไปเที่ยวนะ ไปไหมไปไล่ปูที่ชายหาด ฉันจะวิ่งเป็นเพื่อนแก” เขาพูดเสียงเบาลงจนจะกลายเป็นเสียงกระซิบ
“ฉันรู้ว่าแกชอบกินหมูสะเต๊ะ พรุ่งนี้ฉันจะซื้อให้กินนะ แต่แกต้องสัญญาว่าจะไม่พยายามออกไปข้างนอกอีก” เขาขยับเข้าไปใกล้มัน จนเมื่อเข้าใกล้จนชิด มันจึงผงกหัวขึ้นมาเลียขาเขา
“ฉันตามใจแกทุกอย่างแล้วนะ แกชอบนอนบนหญ้าฉันก็หามมานอนแล้ว แกต้องสัญญานะ ว่าจะไม่หนีออกจากบ้านไป เข้าใจไหม” เขาพูดเสียงสั่น
“ฉันขอโทษที่ว่าแกเป็นหมาไม่ดี ฉันขอโทษนะ ฉันผิดไปแล้ว แกโกรธฉันไหม” น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไปเป็นตะกุตะกัก และสูดหายใจลึกๆ เพื่อจะพูดต่อ
“แกเป็นหมาดีที่สุด แกอย่าทิ้งฉันไปนะ อย่าทิ้งกันไปนะ ” ที่สุดเขาก็หลั่งน้ำตาออกมา แล้วก็เอนตัวลงนอนข้างหมาแก่ซึ่งหายใจรวยรินบนพื้นหญ้า เมื่อเห็นเจ้านายมันนอนลงข้างๆ มันก็เลียหน้าเขา เหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของเจ้านายที่มันรักเหนืออื่นใด
เจ้านายกอดมันและร้องสะอื้นจนหลับไป พอเห็นว่าเจ้านายมันหลับลงแล้วมันก็เขย่งตัวค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า และออกเดินไปที่ประตูหน้าบ้าน ท่ามกลางหมู่ดาวเต็มท้องฟ้า หมาใกล้ตายตัวหนึ่งอาศัยลมหายใจช่วงสุดท้ายในชีวิตของมัน พาร่างผ่ายผอมเดินไปเรื่อยๆ จนลับหายไปจากแสงไฟหน้าบ้าน
ตลอดกาล
รุ่งขึ้นวิทยาตื่นขึ้นมาก็ไม่พบหมาของเขาแล้ว เขาได้แต่บอกภรรยาและลูกสาวว่าหมาตัวนั้นมันวิ่งหนีออกไปเมื่อคืน ซึ่งความจริงแล้วเขารู้เหตุผลดีว่าทำไมมันถึงออกจากบ้านไป เพราะว่ามันไม่ยอมให้เขากับภรรยา และลูกสาว เห็นมันตาย มันกลัวพวกเขาจะเสียใจ เรื่องนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจก็ตอนที่มองนัยน์ตามันเมื่อคืน มันยอมหนีออกไปตายอย่างเดียวดาย ดีกว่าปล่อยให้คนที่มันรักเสียใจ
แกหลับให้สบายเถอะเพื่อนรัก แกดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว
"รักนุ้งหมาที่สุดเลย... บางครั้งมันก็อยู่กับเราตลอดในยามที่ทุกข์ใจ รึไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา"
ขอบคุณบททความจาก
คุณ teenjook
กลางดึกในคืนที่อากาศแจ่มใส เมื่อเห็นว่าภรรยาและลูกสาวนอนหลับสนิทแล้ว วิทยาชายวัยกลางคนก็ย่องลงมาจากบ้าน เขาตรงไปที่หลังบ้านไขกุญแจเปิดกรง แล้วก็อุ้มร่างของหมาตัวหนึ่งเดินไปยังสนานหญ้าหน้าบ้าน จากนั้นก็วางมันลงอย่างช้าๆ หมาตัวนั้นส่งเสียงครางในลำคอเมื่อเห็นเจ้านายของมันนั่งลงข้างๆ
“นอนอยู่นั่นแหละแกไม่ต้องลุกขึ้น จริงสิบางทีแกอาจจะไม่มีแรงลุกขึ้นมาแล้วก็ได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ขณะที่จ้องมองหมาร่างกายผ่ายผอมจนเห็นกระดูก นอนอ้าปากหายใจอย่างลำบาก
“แกอยู่กับฉันมากี่ปีแล้ว สิบกว่าปีแล้วมั้ง ใช่หรือเปล่า” เขาพูดกับหมาซึ่งนอนนิ่งอยู่ มันเหมือนจะเข้าใจคำพูดของเขา แต่มันพูดไม่ได้
“รู้ไหม แกมันไม่มีดีสักอย่าง เป็นหมากระจอก หมาข้างถนนที่ฉันเก็บมาเลี้ยง แกเข้าใจไหม แกมันไม่ดีสักอย่าง” เขาพูดเสียงดังขึ้น
“แกเป็นหมาแน่หรือเปล่าวะ แมวก็ยังกลัว ฟ้าร้องก็วิ่งหางจุกก้นเข้าบ้าน ชอบขุดต้นไม้ข้างรั้วจนกระจุยกระจาย ห้ามก็ไม่ฟัง แกมันเป็นหมาหรือหนูกันแน่” เขาด่ามันเสียงดังขึ้นกว่าเดิม จ้องมองมันซึ่งแม้จะถูกเขาดุด่า มันก็จ้องมองตอบด้วยสายตาที่ไม่เปลี่ยนแปลง สายตาเดิมซึ่งไม่เคยเปลี่ยนนับแต่มันมาอาศัยอยู่กับเขา
“แต่จะว่าไปแกก็มีดีอยู่หน่อยหนึ่ง” เขาหลบตามันเงยหน้ามองดาวบนฟ้า พูดลดเสียงลง
“ไม่ต้องห่วง ฉันยังจำเรื่องเมื่อห้าปีก่อนได้ ตอนนั้นมีหมาพันธุ์ร๊อตไวเล่อร์หลุดเข้ามาในบ้าน แกก็เห่าไล่มัน เห็นไหมฉันยังจำข้อดีแกได้” เขาหัวเราะกับหมาที่นอนอยู่ มันพยายามส่งเสียงครางในลำคอคล้ายกับจะตอบกลับเขา
“แล้วไงต่อเหรอ ก็ไอ้หมาตัวนั้นมันไม่ยอมออกจากบ้านใช่ไหม แกก็เข้าไปกัดกับมัน แผลนี่สินะ” เขาเอามือลูบรอยทางยาวที่พาดอยู่ข้างลำตัวผอมมัน รอยนี้ลึกเข้าไปในเนื้อ ดังนั้นเมื่อหายแล้วจึงไม่มีขนขึ้นมาอีก
“หรือแกเป็นหมาบ้าวะ แกแพ้มันอยู่แล้วยังดันทุรังกัดกับมันไม่ยอมเลิก ทำไมแกไม่หนีเข้าบ้าน ทำไมแกยังไม่ยอมถอย โดนมันกัดตั้งหลายแผลก็ยังกัดสู้กับมันอีก ถ้าตอนนั้นฉันไม่กลับมาบ้านทันไล่หมาตัวนั้น แกก็ตายไปแล้วรู้หรือเปล่า” วิทยาพูดเสียงเบาลง
“แล้วสองสามวันนี่แกจะหาทางออกจากบ้านทำไม รู้ไหมแกไม่สบาย ทำไมไม่นอนอยู่ดีๆ แกจะออกไปเที่ยวเหรอ ทำไมไม่รอให้หายก่อนค่อยไป อยากไปทะเลไหม ถ้าแกหายดีฉันจะพาไปเที่ยวนะ ไปไหมไปไล่ปูที่ชายหาด ฉันจะวิ่งเป็นเพื่อนแก” เขาพูดเสียงเบาลงจนจะกลายเป็นเสียงกระซิบ
“ฉันรู้ว่าแกชอบกินหมูสะเต๊ะ พรุ่งนี้ฉันจะซื้อให้กินนะ แต่แกต้องสัญญาว่าจะไม่พยายามออกไปข้างนอกอีก” เขาขยับเข้าไปใกล้มัน จนเมื่อเข้าใกล้จนชิด มันจึงผงกหัวขึ้นมาเลียขาเขา
“ฉันตามใจแกทุกอย่างแล้วนะ แกชอบนอนบนหญ้าฉันก็หามมานอนแล้ว แกต้องสัญญานะ ว่าจะไม่หนีออกจากบ้านไป เข้าใจไหม” เขาพูดเสียงสั่น
“ฉันขอโทษที่ว่าแกเป็นหมาไม่ดี ฉันขอโทษนะ ฉันผิดไปแล้ว แกโกรธฉันไหม” น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไปเป็นตะกุตะกัก และสูดหายใจลึกๆ เพื่อจะพูดต่อ
“แกเป็นหมาดีที่สุด แกอย่าทิ้งฉันไปนะ อย่าทิ้งกันไปนะ ” ที่สุดเขาก็หลั่งน้ำตาออกมา แล้วก็เอนตัวลงนอนข้างหมาแก่ซึ่งหายใจรวยรินบนพื้นหญ้า เมื่อเห็นเจ้านายมันนอนลงข้างๆ มันก็เลียหน้าเขา เหมือนจะเข้าใจความรู้สึกของเจ้านายที่มันรักเหนืออื่นใด
เจ้านายกอดมันและร้องสะอื้นจนหลับไป พอเห็นว่าเจ้านายมันหลับลงแล้วมันก็เขย่งตัวค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า และออกเดินไปที่ประตูหน้าบ้าน ท่ามกลางหมู่ดาวเต็มท้องฟ้า หมาใกล้ตายตัวหนึ่งอาศัยลมหายใจช่วงสุดท้ายในชีวิตของมัน พาร่างผ่ายผอมเดินไปเรื่อยๆ จนลับหายไปจากแสงไฟหน้าบ้าน
ตลอดกาล
รุ่งขึ้นวิทยาตื่นขึ้นมาก็ไม่พบหมาของเขาแล้ว เขาได้แต่บอกภรรยาและลูกสาวว่าหมาตัวนั้นมันวิ่งหนีออกไปเมื่อคืน ซึ่งความจริงแล้วเขารู้เหตุผลดีว่าทำไมมันถึงออกจากบ้านไป เพราะว่ามันไม่ยอมให้เขากับภรรยา และลูกสาว เห็นมันตาย มันกลัวพวกเขาจะเสียใจ เรื่องนี้เขาเพิ่งจะเข้าใจก็ตอนที่มองนัยน์ตามันเมื่อคืน มันยอมหนีออกไปตายอย่างเดียวดาย ดีกว่าปล่อยให้คนที่มันรักเสียใจ
แกหลับให้สบายเถอะเพื่อนรัก แกดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว
"บางครั้งเราคิดว่ามันไม่เข้าใจคำพูดของเรา
บางครั้งเราคิดว่ามันไม่เข้าใจความรู้สึกของเรา
เพราะหลายครั้งเราไม่เคยมองลึกเข้าไปในตาของมัน
ดวงตานั้นไม่เคยเปลี่ยน ดวงตานั้นบอกว่ารักเรา
ช่วงชีวิตของเรายาวนานเมื่อเทียบกับมัน
แต่จะไม่มีประโยชน์อันใดเลย มีชีวิตร้อยปีแล้วจะเป็นอย่างไร
ถ้าชั่วชีวิตนี้เราไม่เข้าใจความรักอย่างแท้จริงอย่างมัน สู้มีชีวิตเพียงสิบกว่าปีดีกว่า"
"รักนุ้งหมาที่สุดเลย... บางครั้งมันก็อยู่กับเราตลอดในยามที่ทุกข์ใจ รึไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา"
ขอบคุณบททความจาก
คุณ teenjook
โรคของสุนัขที่ควรระวัง
โรคไข้หัดสุนัข
เป็นโรคฮิตติดอันดับสำหรับโรคสุนัขโรคหนึ่ง โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสมักเกิดกับลูกสุนัขที่อายุตั้งแต่ 2-3 เดือน เป็นต้นไป บางครั้งพบว่าเกิดในสุนัขแก่ได้เช่นกัน
โอกาสหาย สำหรับสุนัขที่ติดเชื้อนี้ค่อนข้างต่ำน้อยตัวนักที่จะหาย ถึงหายก็ไม่ปกติ มักจะแสดงอาการทางประสาท คือ กระตุก หรือชักตลอดชีวิต ส่วนใหญ่แล้วตายอย่างค่อนข้างทรมาน
อาการของโรค มักจะแสดงออกทางระบบทางเดินหายใจก่อน คือ มีขี้มูกไหลย้อยสีเขียว ดูเหมือนปอดบวม มีไข้ เบื่ออาหาร ซึม มีตุ่มหนองขึ้นใต้ท้อง มีขี้ตาสีเขียว ๆ เมื่ออาการรุนแรงขึ้นจะพบว่ามีอาการทางประสาท คือ ริมฝีปากสั่น กระตุก และจะลามไปที่บริเวณหนังหัว ใบหน้า ขาหลัง อาจจะพบว่าบริเวณฝ่าเท้ากระด้างขึ้น บางรายพบว่ามีท้องร่วงด้วย สุดท้ายของโรคมักจะตาย ยับเป็นภัยใหญ่หลวงชนิดหนึ่งของลูกสุนัข
** สามารถป้องกันได้โดยการพาลูกสุนัขไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดตั้งแต่อายุ 2 เดือน เป็นเข็มแรก หลังจากนั้นอีกหนึ่งเข็มที่สองเมื่อผ่านไป1 เดือน เป็นการกระตุ้น และฉีดซ้ำ ๆ ทุกปี ปีละ 1 ครั้ง
โรคพาร์โวไวรัส หรือลำไส้อักเสบ
โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสุนัข การระบาดเกิดขึ้นได้ง่าย รวดเร็วและรุนแรงทำให้สุนัขตายไปเป็นจำนวนมากด้วย
อาการท้องเดิน อาเจียน ไม่กินอาหาร ไข้สูงร่างกายสูญเสียน้ำมาก ทำให้สุนัขตายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลูกสุนัขอัตราการตายสูงมาก โรคลำไส้อักเสบนี้ มักจะพบในลูกสุนัข อายุตั้งแต่ 2-6 เดือนหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว ประมาณ 5-7 วัน ลูกสุนัขจะไม่กินอาหาร มีไข้สูง ๆ ต่ำๆ แสดงอาการอาเจียนอย่างมาก พร้อมกันนี้ก็เริ่มแสดงอาการท้องร่วงถ่ายออกมาเป็นน้ำเหลวสีโอวัลติน หรือสีแดง เพราะมีเลือดสด ๆ ปนออกมามีกลิ่นเหม็นคาวมาก ไวรัสจะเข้าไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ช็อคตายได้อย่างรวดเร็ว อัตราการตายลูกสุนัขสูงมาก ส่วนสุนัขโตแพ้โรคนี้น้อย สุนัขพันธุ์ โดเบอร์แมน เกรท เดนจะแพ้โรคนี้อย่างรุนแรง
**โรคนี้ไม่มียารักษาโดยตรงเพียงแต่รักษาตามอาการที่พบเท่านั้น ทางที่ดีควรหาทางป้องกันไว้ก่อนโดยการฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุได้ 2 เดือน และกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 3 เดือนและหลังจากนั้นฉีดกระตุ้นทุก ๆปี ปีละ 1 ครั้ง
โรคพิษสุนัขบ้า
เกิดมาจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ติดต่อได้ทางน้ำลายของสุนัข และแมวที่ป่วยมากัดหรือข่วนทำให้เกิดบาดแผลและเชื้อไวรัสผ่านเข้าไปเจริญเติบโตได้สุนัขที่ป่วยจะมี
อาการบ้าอย่างรุนแรง ซึม หงุดหงิดง่าย ดุ อารมณ์ไม่ดี มักจะเห่าหอน กัดวัตถุต่างๆเรื่อยเปื่อย เสียงเห่าหอนผิดปกติ เนื่องจากเส้นประสาทบริเวณกล่องเสียงถูกทำลายสุดท้ายสุนัก็จะเป็นอัมพาตตายไปเอง
**ป้องกันได้โดยการนำสุนัขหรือแมวของท่านไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเสียแต่เนิ่นๆ
พยาธิ
มีพยาธิอยู่ภายในร่างกายของสุนัข 4 ชนิด ซึ่งอาจทำให้สุนัขคุณเป็นโรคได้ คือ
- พยาธิตัวกลม
- พยาธิปากขอ
- พยาธิเส้นด้าย
- พยาธิตัวแบน
สามชนิดแรกสามารถตรวจพบได้จากการทดสอบในห้องแล็ป แต่พยาธิตัวแบนนี้ จะพบอยู่ในอุจจาระ หรือ ขนแถวๆโคนหาง
**อย่าพยายามกำจัดพยาธิด้วยวิธีใดๆก็ตามด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ สุนัข หรือ ลูกสุนัขที่มีสุภาพดีจะไม่ค่อยได้รับผลจากพยาธิ เท่ากับสุนัขที่มีสุขภาพไม่ดีอ่อนแอ หนึ่งในมาตรการป้องกันคือ รักษาความสะอาดตลอดเวลา ทำให้ที่นอนของสุนัขแห้ง เพื่อปราศจากเห็บ หรือไข่อ่อนของพวกพยาธิ
โรคพยาธิหนอนหัวใจในสุนัข
เกิดจากพยาธิที่มีตัวยาวมาก อาศัยอยู่ใน หัวใจท้องล่างขวา ถึงเส้นเลือดใหญ่ไปที่ปอด ติดต่อได้โดยมี ยุง เป็นพาหะนำเอาตัวอ่อนของพยาธิในระยะติดต่อ ปล่อยลงไปที่ตัวสุนัข สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้มักได้แก่สุนัขที่มีอายุ 3 - 5 ปีขึ้นไปพยาธิชนิดนี้ถ้ามีมากจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนัก และ ขยายตัวสุนัขจะมีความผิดปกติที่หัวใจแสดงอาการไอแห้งๆ ไม่มีแรงนอนซม อาจจะมีอาการท้องมาร ตัวซีด หมดแรงล้มตายไปดื้อๆ
**รักษาได้โดยการป้องกันตั้งแต่อายุ 2 - 3 เดือน เป็นการสกัดกั้นไม่ให้ตัวอ่อนของ มันโตขึ้นทุกวันๆ
บวมเป็นหนอง
หนองที่คั่งอยู่ในแผลอันเกิดจากการติดเชื้อ หรือระคายเคือง บริเวณที่เป็นแผลฟกช้ำ เจ็บเมื่อสัมผัส ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น เช็ดตามบริเวณรอบๆแผล หรือหนังที่ฟกช้ำ จะทำให้หนองรวมตัวเป็นตัวหนอง แล้วแตกในที่สุดให้ใช้ยาแอนตี้ไบโอติกเมื่อหนองแตกแล้ว
โรคเรื้อนแห้ง
โรคเรื้อนแห้ง หรือที่เรารู้จักในนามโรคขี้เรื้อน หรือสุนัขหนังกลับ พบเห็นได้ทั่วไปกับสุนัขข้างถนน
สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการคัน และทรมานมากตัวเรื้อนเป็นสัตว์เล็กๆเพียง 0.03-0.05 เซ็นติเมตร ได้ใช้ผิวหนังของสุนัขเป็นที่อยู่อาศัย มันจะขุดอุโมงค์ขึ้นในผิวหนังของสุนัขชั้นนอกสุด หลังจากนั้นก็จะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนเต็มผิวหนังของสุนัข
**รักษาได้โดยต้องฉีดยาฆ่าเรื้อนทุกๆ 14 วัน
โรคเรื้อนในขุมขน
เป็นโรคผิวหนังที่รักษายาก ผิวหนังจะเป็นตุ่มแดงๆ และลามขี้นบนใบหน้า ขาเท้า และหลังสุนัขที่เป็นโรคนี้เมื่อหนักขึ้นจะมีขนร่วง บริเวณเหนือคิ้ว แก้ม หน้าผาก จากนั้นจะเกิดตุ่มแดง และกลายเป็นตุ่มหนองมีเลือดภายใน และกระจายไปทั่วลำตัว รักษาได้โดยให้ยา ฉีดยา บางตัวรักษาดีๆจะหายเป็นปกติ
**บางตัวเมื่อหายแล้วก็จะกลับมาเป็นใหม่อีกป้องกันได้โดยให้อาหารกินโดยสมบูรณ์ รักษาความสะอาด บริเวณที่อยู่อาศัยและดูแลให้สุนัขแข็งแรงอยู่เสมอ
โรคที่เกิดจากเห็บ
- โรคติดเชื้อเออร์ลิเซีย
ติดต่อโดยเห็บสีน้ำตาลที่กัดดูดเลือดสุนัข สุนัขจะมีไข้สูง เยื่อตาขาว อักเสบ มีขี้ตา มีน้ำมูกมาก มีเลือดออกใต้ผิวหนัง และออกจากจมูกเหมือนเลือดกำเดา ใต้ท้องจะเป็นจุดแดงๆ เต็มไปหมด เบื่ออาหาร
**รักษาได้โดยการให้ยาหลายตัว จะต้องปรึกษาสัตวแพทย์ป้องกันได้โดยกำจัดเห็บสีน้ำตาลให้หมดไป อย่าให้เห็บเกาะผิวหนังโดยเด็ดขาด
- โรคติดต่อเฮ็บปาโตซูน
ติดต่อโดยเห็บสีน้ำตาล สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน แต่จะมีอาการไข้ ตัวร้อน เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง เจ็บปวดกล้ามเนื้อ และเดินเหินผิดปกติ
**รักษาได้ยากเพราะยังไม่มีตัวยาที่รักษาได้โดยเด็ดขาด แต่สามารถป้องกันได้โดยกำจัดเห็บสีน้ำตาลให้หมดไป
• โรคติดเชื้อบาบีเซีย
ติดต่อโดยเห็บสีน้ำตาลเช่นเดียวกัน สุนัขจะมีอาการเซื่อมซึม เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เป็นไข้ เป็นดีซ่าน สุนัขจะมีน้ำหนักลด ผอมแห้ง และทรุดโทรม
**รักษาได้โดยฉีดยาฆ่าพยาธิในเม็ดเลือดเข้าไป ป้องกันได้โดยกำจัดเห็บสีน้ำตาลให้หมดไปเช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://members.tripod.com/dog_kingdom/sick.htm
Subscribe to:
Comments (Atom)
boku no natsuyasumi4 [ぼくのなつやすみ4]
ในช่วงนี้โควิด-19 กำลังระบาดหนัก ต่างคนต่างได้ทำงานที่บ้านบ้าง เรียนที่บ้านบ้าง ซึ่งวันหยุดก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย เที่ยวทิพย์ซะส่วนใหญ่...
-
แว๊บๆอู้งาน เปิดเว็บไซต์หาเรื่องแก้เซ็งเวลาทำงานค่ะ(ฟังดูไม่ค่อยจะดี อย่าทำบ่อยนะคะๆ) จากที่กำลังเซ็งๆงานคิดไม่ออก กลับกลายเป็นซึ้ง น้ำตาคลอ...
-
ในช่วงนี้โควิด-19 กำลังระบาดหนัก ต่างคนต่างได้ทำงานที่บ้านบ้าง เรียนที่บ้านบ้าง ซึ่งวันหยุดก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย เที่ยวทิพย์ซะส่วนใหญ่...
-
บ้านฉันอยู่ติดกับ สปป. ลาวมากเลยนะ แต่ไม่เคยได้ข้ามไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านเลยสักครั้ง ตลอดระยะเวลา 27 ปี ครั้งแรกเลยในการข้ามประเทศ ซ...



