Thursday, November 10, 2011

โรคของสุนัขที่ควรระวัง


โรคไข้หัดสุนัข

เป็นโรคฮิตติดอันดับสำหรับโรคสุนัขโรคหนึ่ง โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสมักเกิดกับลูกสุนัขที่อายุตั้งแต่ 2-3 เดือน เป็นต้นไป บางครั้งพบว่าเกิดในสุนัขแก่ได้เช่นกัน

โอกาสหาย สำหรับสุนัขที่ติดเชื้อนี้ค่อนข้างต่ำน้อยตัวนักที่จะหาย ถึงหายก็ไม่ปกติ มักจะแสดงอาการทางประสาท คือ กระตุก หรือชักตลอดชีวิต ส่วนใหญ่แล้วตายอย่างค่อนข้างทรมาน

อาการของโรค มักจะแสดงออกทางระบบทางเดินหายใจก่อน คือ มีขี้มูกไหลย้อยสีเขียว ดูเหมือนปอดบวม มีไข้ เบื่ออาหาร ซึม มีตุ่มหนองขึ้นใต้ท้อง มีขี้ตาสีเขียว ๆ เมื่ออาการรุนแรงขึ้นจะพบว่ามีอาการทางประสาท คือ ริมฝีปากสั่น กระตุก และจะลามไปที่บริเวณหนังหัว ใบหน้า ขาหลัง อาจจะพบว่าบริเวณฝ่าเท้ากระด้างขึ้น บางรายพบว่ามีท้องร่วงด้วย สุดท้ายของโรคมักจะตาย ยับเป็นภัยใหญ่หลวงชนิดหนึ่งของลูกสุนัข

** สามารถป้องกันได้โดยการพาลูกสุนัขไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดตั้งแต่อายุ 2 เดือน เป็นเข็มแรก หลังจากนั้นอีกหนึ่งเข็มที่สองเมื่อผ่านไป1 เดือน เป็นการกระตุ้น และฉีดซ้ำ ๆ ทุกปี ปีละ 1 ครั้ง



โรคพาร์โวไวรัส หรือลำไส้อักเสบ

โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในสุนัข การระบาดเกิดขึ้นได้ง่าย รวดเร็วและรุนแรงทำให้สุนัขตายไปเป็นจำนวนมากด้วย

อาการท้องเดิน อาเจียน ไม่กินอาหาร ไข้สูงร่างกายสูญเสียน้ำมาก ทำให้สุนัขตายอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลูกสุนัขอัตราการตายสูงมาก โรคลำไส้อักเสบนี้ มักจะพบในลูกสุนัข อายุตั้งแต่ 2-6 เดือนหลังจากได้รับเชื้อไปแล้ว ประมาณ 5-7 วัน ลูกสุนัขจะไม่กินอาหาร มีไข้สูง ๆ ต่ำๆ แสดงอาการอาเจียนอย่างมาก พร้อมกันนี้ก็เริ่มแสดงอาการท้องร่วงถ่ายออกมาเป็นน้ำเหลวสีโอวัลติน หรือสีแดง เพราะมีเลือดสด ๆ ปนออกมามีกลิ่นเหม็นคาวมาก ไวรัสจะเข้าไปยังกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ช็อคตายได้อย่างรวดเร็ว อัตราการตายลูกสุนัขสูงมาก ส่วนสุนัขโตแพ้โรคนี้น้อย สุนัขพันธุ์ โดเบอร์แมน เกรท เดนจะแพ้โรคนี้อย่างรุนแรง

**โรคนี้ไม่มียารักษาโดยตรงเพียงแต่รักษาตามอาการที่พบเท่านั้น ทางที่ดีควรหาทางป้องกันไว้ก่อนโดยการฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุได้ 2 เดือน และกระตุ้นอีกครั้งเมื่ออายุ 3 เดือนและหลังจากนั้นฉีดกระตุ้นทุก ๆปี ปีละ 1 ครั้ง


โรคพิษสุนัขบ้า

เกิดมาจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง ติดต่อได้ทางน้ำลายของสุนัข และแมวที่ป่วยมากัดหรือข่วนทำให้เกิดบาดแผลและเชื้อไวรัสผ่านเข้าไปเจริญเติบโตได้สุนัขที่ป่วยจะมี

อาการบ้าอย่างรุนแรง ซึม หงุดหงิดง่าย ดุ อารมณ์ไม่ดี มักจะเห่าหอน กัดวัตถุต่างๆเรื่อยเปื่อย เสียงเห่าหอนผิดปกติ เนื่องจากเส้นประสาทบริเวณกล่องเสียงถูกทำลายสุดท้ายสุนัก็จะเป็นอัมพาตตายไปเอง

**ป้องกันได้โดยการนำสุนัขหรือแมวของท่านไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเสียแต่เนิ่นๆ



พยาธิ
มีพยาธิอยู่ภายในร่างกายของสุนัข 4 ชนิด ซึ่งอาจทำให้สุนัขคุณเป็นโรคได้ คือ
- พยาธิตัวกลม
- พยาธิปากขอ
- พยาธิเส้นด้าย
- พยาธิตัวแบน
สามชนิดแรกสามารถตรวจพบได้จากการทดสอบในห้องแล็ป แต่พยาธิตัวแบนนี้ จะพบอยู่ในอุจจาระ หรือ ขนแถวๆโคนหาง

**อย่าพยายามกำจัดพยาธิด้วยวิธีใดๆก็ตามด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ สุนัข หรือ ลูกสุนัขที่มีสุภาพดีจะไม่ค่อยได้รับผลจากพยาธิ เท่ากับสุนัขที่มีสุขภาพไม่ดีอ่อนแอ หนึ่งในมาตรการป้องกันคือ รักษาความสะอาดตลอดเวลา ทำให้ที่นอนของสุนัขแห้ง เพื่อปราศจากเห็บ หรือไข่อ่อนของพวกพยาธิ




โรคพยาธิหนอนหัวใจในสุนัข
เกิดจากพยาธิที่มีตัวยาวมาก อาศัยอยู่ใน หัวใจท้องล่างขวา ถึงเส้นเลือดใหญ่ไปที่ปอด ติดต่อได้โดยมี ยุง เป็นพาหะนำเอาตัวอ่อนของพยาธิในระยะติดต่อ ปล่อยลงไปที่ตัวสุนัข สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้มักได้แก่สุนัขที่มีอายุ 3 - 5 ปีขึ้นไปพยาธิชนิดนี้ถ้ามีมากจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานหนัก และ ขยายตัวสุนัขจะมีความผิดปกติที่หัวใจแสดงอาการไอแห้งๆ ไม่มีแรงนอนซม อาจจะมีอาการท้องมาร ตัวซีด หมดแรงล้มตายไปดื้อๆ

**รักษาได้โดยการป้องกันตั้งแต่อายุ 2 - 3 เดือน เป็นการสกัดกั้นไม่ให้ตัวอ่อนของ มันโตขึ้นทุกวันๆ



บวมเป็นหนอง
หนองที่คั่งอยู่ในแผลอันเกิดจากการติดเชื้อ หรือระคายเคือง บริเวณที่เป็นแผลฟกช้ำ เจ็บเมื่อสัมผัส ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น เช็ดตามบริเวณรอบๆแผล หรือหนังที่ฟกช้ำ จะทำให้หนองรวมตัวเป็นตัวหนอง แล้วแตกในที่สุดให้ใช้ยาแอนตี้ไบโอติกเมื่อหนองแตกแล้ว



โรคเรื้อนแห้ง
โรคเรื้อนแห้ง หรือที่เรารู้จักในนามโรคขี้เรื้อน หรือสุนัขหนังกลับ พบเห็นได้ทั่วไปกับสุนัขข้างถนน

สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการคัน และทรมานมากตัวเรื้อนเป็นสัตว์เล็กๆเพียง 0.03-0.05 เซ็นติเมตร ได้ใช้ผิวหนังของสุนัขเป็นที่อยู่อาศัย มันจะขุดอุโมงค์ขึ้นในผิวหนังของสุนัขชั้นนอกสุด หลังจากนั้นก็จะขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนเต็มผิวหนังของสุนัข

**รักษาได้โดยต้องฉีดยาฆ่าเรื้อนทุกๆ 14 วัน



โรคเรื้อนในขุมขน
เป็นโรคผิวหนังที่รักษายาก ผิวหนังจะเป็นตุ่มแดงๆ และลามขี้นบนใบหน้า ขาเท้า และหลังสุนัขที่เป็นโรคนี้เมื่อหนักขึ้นจะมีขนร่วง บริเวณเหนือคิ้ว แก้ม หน้าผาก จากนั้นจะเกิดตุ่มแดง และกลายเป็นตุ่มหนองมีเลือดภายใน และกระจายไปทั่วลำตัว รักษาได้โดยให้ยา ฉีดยา บางตัวรักษาดีๆจะหายเป็นปกติ

**บางตัวเมื่อหายแล้วก็จะกลับมาเป็นใหม่อีกป้องกันได้โดยให้อาหารกินโดยสมบูรณ์ รักษาความสะอาด บริเวณที่อยู่อาศัยและดูแลให้สุนัขแข็งแรงอยู่เสมอ




โรคที่เกิดจากเห็บ
- โรคติดเชื้อเออร์ลิเซีย
ติดต่อโดยเห็บสีน้ำตาลที่กัดดูดเลือดสุนัข สุนัขจะมีไข้สูง เยื่อตาขาว อักเสบ มีขี้ตา มีน้ำมูกมาก มีเลือดออกใต้ผิวหนัง และออกจากจมูกเหมือนเลือดกำเดา ใต้ท้องจะเป็นจุดแดงๆ เต็มไปหมด เบื่ออาหาร
**รักษาได้โดยการให้ยาหลายตัว จะต้องปรึกษาสัตวแพทย์ป้องกันได้โดยกำจัดเห็บสีน้ำตาลให้หมดไป อย่าให้เห็บเกาะผิวหนังโดยเด็ดขาด

- โรคติดต่อเฮ็บปาโตซูน
ติดต่อโดยเห็บสีน้ำตาล สุนัขที่ป่วยเป็นโรคนี้จะไม่แสดงอาการอย่างชัดเจน แต่จะมีอาการไข้ ตัวร้อน เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง เจ็บปวดกล้ามเนื้อ และเดินเหินผิดปกติ
**รักษาได้ยากเพราะยังไม่มีตัวยาที่รักษาได้โดยเด็ดขาด แต่สามารถป้องกันได้โดยกำจัดเห็บสีน้ำตาลให้หมดไป

• โรคติดเชื้อบาบีเซีย
ติดต่อโดยเห็บสีน้ำตาลเช่นเดียวกัน สุนัขจะมีอาการเซื่อมซึม เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย เป็นไข้ เป็นดีซ่าน สุนัขจะมีน้ำหนักลด ผอมแห้ง และทรุดโทรม
**รักษาได้โดยฉีดยาฆ่าพยาธิในเม็ดเลือดเข้าไป ป้องกันได้โดยกำจัดเห็บสีน้ำตาลให้หมดไปเช่นเดียวกัน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http://members.tripod.com/dog_kingdom/sick.htm

No comments:

Post a Comment

boku no natsuyasumi4 [ぼくのなつやすみ4]

ในช่วงนี้โควิด-19 กำลังระบาดหนัก ต่างคนต่างได้ทำงานที่บ้านบ้าง เรียนที่บ้านบ้าง ซึ่งวันหยุดก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย เที่ยวทิพย์ซะส่วนใหญ่...